ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

6 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
6 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 4 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 18 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 31 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 31 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 38 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 39 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 10230861
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 162
  • Last Registered User: worakan.a@mhesi...
  • Published Nodes: 908
  • Your IP: 18.234.97.53
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

 ต่อด้วยเรื่องของการแพร่กระจายและการยอมรับนวัตกรรม

เทคโนโลยีหลายลักษณะจัดว่าเป็นนวัตกรรม (Innovation) สำหรับบุคลเป้าหมาย ดังนั้นการทำงานถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงต้องอาศัยหลัก และทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายและการยอมรับนวัตกรรม รวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอัตราหรือความเร็ว-ช้าในการยอมรับเทคโนยีของบุคคลเป้าหมายเข้ามาใช้อธิบายปรากฏการณ์นี้ รวมไปถึงวิธีที่ใช้ในการถ่ายทอด ด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการของการทำงานในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น

นวัตกรรม (Innovation) หมายถึง แนวคิด แนวปฏิบัติ หรือวัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บุคคลผู้หนึ่งเห็นว่าใหม่ สำหรับเขา ทั้งนี้อาจเป็นหนทางใหม่ในการกระทำกิจกรรมหนึ่งๆก็ได้ มิใช่หมายถึงวัตถุเป็นส่วนใหญ่แต่อย่างเดียว
นวัตกรรม อาจเป็น ปัจจัยการผลิต พันธุ์ พืช พันธุ์สัตว์ เครื่องมือ สารเคมี หรือเทคโนโลยี ที่ เปลี่ยนไปจากเดิม หรือ อาจเป็นการปฏิบัติที่ปรับปรุงหรือพัฒนาแล้ว ก็ได้ สิ่งใหม่อาจไม่ได้หมายถึงความใหม่ในตัวนวัตกรรมนั้นเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงความใหม่ด้านความรู้ ทัศนคติ หรือการตัดสินใจที่จะกระทำหรือปฏิบัติในสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วย ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า มีเทคโนโลยีหลายลักษณะและรูปแบบที่จัดเป็นนวัตกรรมด้วย
การแพร่กระจายและการยอมรับนวัตกรรม (Diffusion and Adoption of Innovation) จากทฤษฎีของ Rogers and Shoemaker อธิบายกระบวนการทั้ง 2 กระบวนการไว้ดังนี้
1. การแพร่กระจายนวัตกรรม (Diffusion of Innovation)
การแพร่กระจายนวัตกรรมหมายถึง กระบวนการซึ่งนวัตกรรมใดนวัตกรรมหนึ่งกระจายหรือขยายวงออกไปสู่กลุ่มบุคคลเป้าหมาย จนกระทั่งบุคคลเป้าหมายส่วนใหญ่ในกลุ่ม ยอมรับนวัตกรรมนั้นๆไปปฏิบัติ กระบวนการของการแพร่กระจายนวัตกรรม มุ่งเน้นที่การเดินทางของนวัตกรรมไปสู่ผู้รับ หรือบุคคลเป้าหมายโดยมีเวลาเป็นปัจจัยเกี่ยวข้องที่สำคัญ
จากความหมายของการแพร่กระจายนวัตกรรม จะเห็นได้ว่าในการที่นวัตกรรมจะกระจายออกไปได้นั้นต้องการการดำเนินการที่มีการคิดเตรียมการ การวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะกำหนดให้นวัตกรรมนั้นๆกระจายออกไปถึงใคร ที่ไหน อย่างไร ที่สำคัญอย่างยิ่งทั้งหมดนั้นก็คือการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั่นเอง เพราะการที่จะปล่อยให้นวัตกรรมแพร่กระจายออกไปได้เองตามธรรมชาติเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลายาวนานมาก
2. การยอมรับนวัตกรรม (Adoption of Innovation)
การยอมรับนวัตกรรม หมายถึง กระบวนการซึ่งบุคคลเป้าหมายเปิดรับ พิจารณา และท้ายที่สุดมีการปฏิเสธ (Reject) หรือยอมรับ/ปฏิบัติ (Practice/adopt) ตามนวัตกรรมใดนวัตกรรมหนึ่ง โดยมีกระบวนการที่เรียกว่าเป็น การตัดสินใจในนวัตกรรม (Innovation-Decision Procees) ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนต่างๆ 5 ขั้นตอนคือ
 
1. ขั้นความรู้ (Knowledge Stage) ผู้รับนวัตกรรมได้รับความรู้ หรือเสาะหาความรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมนั้นๆ
2. ขั้นโน้มน้าว (Persuasion Stage) ผู้รับนวัตกรรมให้ความสนใจ มีทัศนคติที่ดีต่อนวัตกรรมมากขึ้น เกิดความโน้มเอียงที่จะเห็นดีเห็นงามต่อนวัตกรรมนั้นๆมากขึ้น
3. ขั้นการตัดสินใจ (Decision-making Stage) ผู้รับนวัตกรรม พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามนวัตกรรมนั้น
4. ขั้นลงมือปฏิบัติ (Implementation Stage) ผู้รับนวัตกรรมลงมือปฏิบัติตามนวัตกรรม
5. ขั้นยืนยันการปฏิบัติ (Confirmation Stage) ผู้รับนวัตกรรมปฏิบัติซ้ำตามนวัตกรรมนั้น หลังจากได้เริ่มปฏิบัติครั้งแรกไปแล้ว
 
กระบวนการตัดสินใจในนวัตกรรมในขั้นที่ 1-3 เป็นขั้นที่เกิดขึ้นในจิตใจ เป็นการนึกคิดที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและตัดสินใจ กระบวนการเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับบุคคลเป้าหมายในช่วงเวลาหนึ่งและจะเป็นกระบวนการที่สมบูรณ์ต่อเมื่อการตัดสินใจยอมรับของบุคคลเป้าหมายนั้น มีการยืนยัน (Confirmation) การปฏิบัติอันได้แก่การปฏิบัติซ้ำในนวัตกรรมนั้นๆแล้ว
 
ดังนั้นการยอมรับนวัตกรรมก็คือการที่ผู้รับสารนำนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือสารที่ได้รับจากการถ่ายทอดไปพิจารณา และตัดสินใจปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามนวัตกรรม เทคโนโลยีหรือสารนั้น ซึ่งหากพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไปแล้วจะเห็นว่าทั้ง 4 องค์ประกอบของการสื่อสารก็คือองค์ประกอบหลักของการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย การที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีจะได้ผลดีมากน้อยหรือไม่ได้ผลดีก็ต้องขึ้นกับความเหมาะสมสอดคล้องขององค์ประกอบเหล่านี้ด้วย
ในส่วนของผู้รับนวัตกรรมหรือผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นก็มีลักษณะ หรือปัจจัยส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายประการที่ส่งผลต่อระดับของการยอมรับนวัตกรรมด้วย และปัจจัยต่างๆเหล่านั้นก็ยังมีความแตกต่างมากน้อยกันไปในผู้รับแต่ละรายด้วย ส่งผลให้เกิดความแตกต่างของอัตราการยอมรับนวัตกรรม กล่าวคือในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเดียวกันที่ผู้รับหรือบุคคลเป้าหมายได้รับการถ่ายทอดพร้อมๆกันอย่างทั่วถึง ผู้รับแต่ละรายกลับมีอัตราการยอมรับ (Rate of Adoption) ที่ช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน และจากอัตราการยอมรับของผู้รับนวัตกรรมที่ไม่เท่ากันนี้ ทำให้สามารถแยกผู้รับนวัตกรรมออกเป็นกลุ่มตามอัตราของการยอมรับนวัตกรรมได้ดังนี้ (Rogers and Shoemaker, 1962)
 
1. กลุ่มผู้รับเร็ว (Innovators) มีจำนวนร้อยละ 2.5 มีความพร้อมทางเศรษฐกิจในการเสี่ยงทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวความล้มเหลว แต่ไม่ถือเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้รับนวัตกรรมในกลุ่มอื่นๆที่รับช้ากว่าได้
2. กลุ่มผู้รับที่พิจารณาการรับให้รอบคอบ (Early Adopters) มีจำนวนร้อยละ 13.5 เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆในสังคม ชุมชน มีการใคร่ครวญ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบในการตัดสินใจ ประสบผลสำเร็จในอาชีพ มีฐานะทางสังคมที่ดี เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้ ในการทำงานถ่ายทอดเทคโนโลยี อาจใช้ประโยชน์จากผู้รับนวัตกรรมในกลุ่มนี้โดยขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแนะนำ ผู้รับนวัตกรรมในกลุ่มอื่นๆได้
3. กลุ่มผู้รับที่ยอมรับตามผู้อื่นที่ค่อนข้างเร็ว (Early Majority) มีจำนวนร้อยละ 34.0 เป็นกลุ่มใหญ่ของผู้ยอมรับที่ต้องอาศัยการดูอย่างผู้อื่นที่ประสบผลสำเร็จก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น แล้วจึงตัดสินใจ
4. กลุ่มผู้รับที่ยอมรับตามผู้อื่นที่ค่อนข้างช้า (Late Majority) มีจำนวนร้อยละ 34.0 เป็นกลุ่มผู้รับกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะที่ขาดความมั่นใจ ในการตัดสินใจ
5. กลุ่มผู้รับที่รับช้า (Laggards) มีจำนวนร้อยละ 16.0 มีฐานะทางเศรษฐกิจ สังคมไม่ค่อยดี ยึดถือความเชื่อ และค่านิยมเดิมอย่างเหนียวแน่น มีความลังเลสงสัยในสิ่งแปลกใหม่ มีความเป็นอนุรักษ์นิยมสูง
ในทางทฤษฎีแล้วกลุ่มผู้รับนวัตกรรมต่างๆดังกล่าวจะมีการกระจายตัวของจำนวนร้อยละในแต่ละกลุ่มออกเป็นรูประฆังคว่ำ โดยใช้ลักษณะของพฤติกรรมและอัตราการยอมรับออกเป็น 6 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 6 นั้นเป็นการแบ่งย่อยผู้รับนวัตกรรมออกมาจากกลุ่มที่ 5 หรือกลุ่มผู้ที่รับช้า (Laggards) เดิมได้ดังนี้
1. กลุ่มผู้รับพวก “หัวไวใจสู้” มีจำนวนร้อยละ 2.5
2. กลุ่มผู้รับพวก “ขอดูทีท่า” มีจำนวนร้อยละ 13.5
3. กลุ่มผู้รับพวก “เบิ่งตาลังเล” มีจำนวนร้อยละ 34.0
4. กลุ่มผู้รับพวก “หันเหหัวดื้อ” มีจำนวนร้อยละ 34.0
5. กลุ่มผู้รับพวก “งอมือจับเจ่า” มีจำนวนร้อยละ13.5 ยอมรับนวัตกรรมช้ามาก และ
6. กลุ่มผู้รับพวก “ไม่เอาไหนเลย” มีจำนวนร้อยละ 2.5 ไม่ยอมรับนวัตกรรมใดๆ
หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี