ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

5 ปี 38 สัปดาห์ ก่อน
5 ปี 38 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 6 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 26 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 40 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 1 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 2 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 8802065
  • Unique Visitors: 267760
  • Registered Users: 155
  • Last Registered User: supawat.c@mhsri...
  • Published Nodes: 842
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พ, 2011-09-07 13:44
หน้าแรก | Forums | เรื่องทั่วไป | บทความ/วารสาร
No replies
sasikan@mhsri.go.th
Offline
Joined: 2011-09-14

######ความหมายของธรรมะที่ถูกตรงถูกต้องตามครรลองพระสัจธรรมของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หมายถึงเครื่องชำระล้าง ฟอก ขัดเกลาจิตวิญญาณเพราะฉะนั้น คนมีธรรมะก็เหมือนมีเครื่องฟอก เครื่องชำระล้าง เครื่องดูดฝุ่นในตัว ฝุ่นมันเกิดขึ้นตรงไหนก็ดูดมันออก ตรงไหนเป็นขยะก็เก็บมันทิ้ง ตรงไหนมีคราบแสงสีเสียงกลิ่นก็ชำระมันออก นั่นคือคนมีธรรมะ

  • คนมีธรรมะไม่ใช่ยายแก่แร้งทึ้ง
  • คนมีธรรมะไม่ใช่ตาเฒ่าหัวหงอก
  • คนมีธรรมะไม่ใช่คนที่ทำตัวเป็นคนล้าหลังในสังคม
  • คนมีธรรมะไม่ใช่คนที่ล่าช้าเฉื่อยชาเหยาะแหยะรวนเรหรือเหลวไหลในสังคม
  • และคนมีธรรมะไม่ใช่เป็นคนที่เคร่งเครียดแล้วกลายเป็นคนที่น่าเกลียดในสังคม

แต่ความหมายของคนมีธรรมะจะเป็นคนที่ใหม่และทันสมัยเสมอต่อทุกสภาวะทุกสถานะและทุกถิ่นทุกที่และทุกเรื่องที่ทำ

คนที่มีธรรมะมีศักยภาพและสมรรถนะ และวิถีคิด วิถีงาน วิถีจิต วิถีชีวิตที่เป็นวิถีพุทธ คือรู้ ตื่น และเบิกบาน ตามกระบวนการของการดำรงชีวิต

  • ผู้มีธรรมะย่อมชาญฉลาดทุกสถาน
  • ผู้มีธรรมะย่อมมีชัยชนะทุกถิ่นทุกที่ทุกทางที่ตนอยู่อาศัย
  • ผู้มีธรรมะย่อมมีสันติ สงบสุข ร่มเย็น ในขณะที่คนอื่นทุกข์ร้อน เศร้าหมอง ขุ่นมัว
  • ผู้มีธรรมะจะรู้จักปล่อยวาง สลัดหลุด และไม่ ปล่อยให้อะไรมาฉุดรั้ง
  • ผู้มีธรรมะย่อมมีพระอยู่ในใจ
  • ผู้มีธรรมะย่อมต้องรู้จักพอ หรือถ้าต้องการก็รู้จักหยุด
  • ธรรมะจึงเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ฉลาด สะอาด สว่าง และสงบ

ธรรมะจะดัดกายวาจาใจของเราให้กลายเป็น บุคคลที่ซื่อตรงต่อตนเอง ซื่อตรงต่อคนอื่น ซื่อ ตรงต่อสังคมส่วนรวม ความซื่อตรงนี่แหละคือคุณลักษณะของคนมีธรรมะ และความซื่อตรงมันเกิดขึ้นได้จากการที่ต้องเรียนรู้ธรรมะ มักจะมีคำพูดว่าคนมีธรรมะทำอะไรก็ช้าไปหมด พูดก็ช้า ทำก็ช้า คิดก็ช้า ก็ลองคิดกันดูว่าพระพุทธเจ้าถ้าสอนให้เป็น คนเชื่องช้า พระองค์ก็คงไม่ใช่ศาสดาเอกของโลก เป็นแน่ เพราะคนที่ช้าย่อมตกเป็นทาสของคนที่ ว่องไวและรวดเร็ว คนที่อ่อนแอย่อมตกเป็นทาส ของคนที่เข้มแข็ง คนที่โง่เขลาย่อมตกเป็นทาสของ คนชาญฉลาดและรู้มาก

เพราะฉะนั้นธรรมะอยู่กับใคร คนนั้นจะไม่เป็นคนที่อ่อนแอ จะไม่เป็นคนที่ล่าช้า จะไม่เป็น คนที่เหลวไหล และจะไม่เป็นคนที่โง่เขลา แต่จะทำให้ผู้นั้นมีความตระหนักสำนึก รู้จักความถูกต้อง และไม่บกพร่องในหน้าที่



ข้อมูลจาก http://www.bloggang.com/

0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

รายการบล็อกล่าสุด