ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

6 ปี 48 สัปดาห์ ก่อน
6 ปี 48 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 51 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 12 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 18 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 13729999
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 167
  • Last Registered User: inthivorn.b@mhe...
  • Published Nodes: 920
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก kamonwan@mhsri.go.th

ชุมพร..เมืองไบโอเทคโนโลยี แห่งแรกของไทย

             ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ของชุมชนพิธีเปิดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อการ เรียนรู้ของชุมชน และเป็นประธานในการแถลงข่าวในรูปแบบเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์ “ชุมพร เมืองไบโอเทคโนโลยี” CHUMPORN  BIOTECHNOLOGY  CITY : CBC) ร่วมกับ นายสุรพล  วาณิชเสนี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายธงชัย ลิ้มตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร ณ ศูนย์บริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และดาราศาสตร์  ภาย ใต้โครงการพระราชดำริ  พื้นที่หนองใหญ่  อ.เมือง  จ.ชุมพร ใน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553
               ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า  เรื่องไบโอเทคโนโลยีที่ผมและผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ต้องการจะทำ คือ จะลงมาช่วยตั้งแต่ตอนต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะลงมาปรึกษาหารือกับทางจังหวัด  ซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐ  ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม  ดูว่าตรงไหนมีความเข้มแข็ง  และผมก็ขอชื่นชมกับจังหวัดชุมพร  ที่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความสามารถมากในเรื่องของการบริหารจัดการ เราจึงได้เลือกจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดต้นแบบหนึ่งในแปดที่เราจะลงไปพัฒนา  เมื่อเราลงมาทำการศึกษากับทางจังหวัดโดยมีภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว  เราก็บรรลุถึงความต้องการว่าท่านต้องการอะไร  เมื่อเราทราบความต้องการตรงนี้แล้ว เราก็มาปรึกษาหารือกันว่าเรามีวิทยาการ  มีองค์ความรู้อะไรที่จะสามารถลงไปช่วยเหลือคนที่จังหวัดนั้นๆ ได้  อย่างกรณีจังหวัดชุมพร ได้ทำการศึกษาและทำงานเป็นเวลาเกือบปี เราก็พบว่าจังหวัดชุมพรต้องการ 3 เรื่อง  ได้แก่ ยาง  ปาล์ม  และผลไม้  โดยผลไม้ที่เราจะมาช่วยจะเป็นเรื่องของมังคุดและกล้วย
                 เราไม่ได้มาบอกว่าท่านต้องการอะไร  เรามาถามท่านว่าท่านต้องการอะไร  และหลังจากนั้นเราก็กลับไปดูภายในของเราเองว่าเราพร้อมหรือเปล่าที่จะลงมา ช่วยเหลือลงมาทำงานร่วมกับพวกท่าน  บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อาจจะไม่ได้เป็นกระทรวงหลักที่จะลงมาทำงานกับพวกท่าน  อย่างนั้นเราก็ต้องไปปรึกษากับกระทรวงอื่น แต่เรื่องที่ผมพูดเป็นเรื่องที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คิดว่ามีความพร้อมที่จะลงมาร่วมทำงานกับพวกท่าน  ผมจะขอยกตัวอย่างเพื่อให้ท่านเห็นการทำงานที่เราจะลงมาทำงานกับพวกท่าน ยกตัวอย่างเรื่องมังคุด  เราลงมาดูตั้งแต่ต้นกระบวนจนถึงปลายกระบวน  อย่างเช่นต้นกระบวนหรือต้นน้ำ เราก็มาดูเรื่องคุณภาพ  คุณภาพดินเราจะพัฒนาดินอย่างไร  สิ่งที่เราลงมาช่วยก็คือเรื่องของปุ๋ยอินทรีย์  เมื่อเช้านี้ผมก็ได้ไปร่วมกับทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย ในโครงการพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์  พัฒนาปุ๋ยเสร็จ พัฒนาดินเสร็จ เราก็มาดูว่าสินค้ามันมีคุณภาพอย่างนี้จะแปรรูปได้ไหม  เราจะดูภาชนะบรรจุที่จะนำไปใช้  เรื่องการแปรรูปเราก็มาดูถึงน้ำมังคุด  และเรื่องของภาชนะอาจจะใช้เรื่องของนาโนเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่า เราทำงานกันอย่างไร  และนั่นจะเป็นการตอบโจทย์ของท่านและตอบโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์  ได้ฝากไว้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ในเรื่องการที่จะลงมาพัฒนาขีดความสามารถของการแข่งขัน
  
               ด้าน รศ.ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า  การนำเอาเทคโนโลยีทางด้านชีววิทยามาพัฒนาจังหวัดชุมพรนั้น  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ วางแผนไว้แล้ว  โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ  ได้แก่ ระยะแรก 3-6 เดือน  โดยนำหน่วยงานทั้งหมดใน 14 หน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้ามาในจังหวัดชุมพร  และเราพบว่าชาวจังหวัดชุมพร 40-50% มีอาชีพทางการเกษตร และมีรายได้ค่อนข้างมากด้วย  คือ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา กาแฟ  ผลไม้เศรษฐกิจหลายชนิดอยู่ที่จังหวัดชุมพร และชุมพรมีศักยภาพดีมากๆ ทางด้านดินและน้ำ เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะทำให้ดีและเร็วมีโอกาสสูงมาก  เราจึงเข้ามาในช่วงระยะเวลาอันสั้น นำโครงการต่างๆ เข้ามา ตัวอย่างเช่น โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ลงลึกเข้าไปถึงชุมชน  โครงการผลิตปุ๋ยที่ท่านรัฐมนตรีไปเปิดเมื่อเช้านี้  ซึ่งเป็นโครงการปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (วว.)  ซึ่งก็เข้าไปดูว่าท่านต้องการปุ๋ยและจะผลิตปุ๋ยของท่านในชุมชนอย่างไร  โครงการ iTAP เรื่องอบยางพารา  โรงงานปาล์มน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม  จะเห็นว่าในระยะสั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้นำผู้รู้ที่สามารถจะนำจังหวัดชุมพรไปสู่จังหวัดไบโอเทคโนโลยีได้มาสัมผัส และสอบถามความต้องการของท่าน  โดยได้เริ่มดำเนินการแล้ว อาทิ โครงการปุ๋ย  โครงการให้ความรู้กับจังหวัดชุมพร  โดยโครงการในส่วนอื่นๆ ก็กำลังเตรียมการ  ซึ่งในระยะสั้นนี้จะมีผลิตภัณฑ์ออกมาบ้าง
             ในระยะยาว  เราอยากให้จังหวัดชุมพรเป็นตัวอย่างในการบริหารเทคโนโลยี  ที่สามารถจะแปรเป็นรูปเงินออมให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีในอนาคตให้ได้ เราจึงวางแผนว่าในหน่วยงานสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ต้องมีคำว่า “ชุมพรไบโอเทคโนโลยี” อยู่ในแผนปฏิบัติการ ด้วยศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน  ซึ่งบางหน่วยงานเก่งเรื่องการจัดการน้ำ ก็ไปดูเรื่องน้ำ  หน่วยงานที่เก่งเรื่องการบริหารจัดการปุ๋ยและพืชต่างๆ ก็ไปดูเรื่องนั้น  หน่วยงานที่สามารถจะแปรรูปผลผลิตทางด้านการเกษตรหรือแปรรูปปาล์มน้ำมันเป็น ไบโอดีเซลได้ก็ไปดำเนินการและบรรจุอยู่ในแผน  ในระยะยาวกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีจุดประสงค์ว่าจังหวัดนี้จะต้องเป็นจังหวัดตัวอย่าง ซึ่งจังหวัดอื่นๆ จะเข้ามาดูวิธีการบริหารจัดการเทคโนโลยีและการพัฒนาทรัพยากรของจังหวัดที่มี มูลค่าดีอยู่แล้วให้เพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก  ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดี  ในระยะยาวผมคิดว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรเป็นปัจจัย สำคัญของเรา  ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปน้ำมังคุด หรือผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ รวมถึงการขนส่งผลไม้ไปต่างประเทศ ซึ่งเรามีเรื่องการทำผลไม้ให้อยู่ได้นานโดยใช้พลาสติกไบโอเทคโนโลยี จะทำให้เกษตรกรชาวสวนขายผลผลิตได้ราคาดี  จุดสำคัญคือไม่มุ่งไปแค่เกษตรกรมีรายได้ดีเท่านั้น  เราต้องการให้ SMEs โรงงานต่าง ๆ สามารถที่จะอยู่ได้ และโรงงานแปรรูปสินค้าส่งออกสู่ประเทศจีนด้วย  คิดว่าในระยะยาวจังหวัดนี้จะมีศักยภาพสูงมากๆ นอกจากนี้ เราจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในจังหวัดชุมพร  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะนำมาเป็นเครือข่าย  เพื่อนำผู้รู้และมีความสามารถทางด้านอื่น ๆ เข้ามาพัฒนาความต้องการของชาวจังหวัดชุมพร 
  
               ด้าน  นายสุรพล  วาณิชเสนี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดชุมพร ปี 2550 มีมูลค่าประมาณ 52000 ล้านบาท และ 42.97% ของผลผลิตมาจากภาคการเกษตร 25,397 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์มวลภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากภาคการ เกษตร  7.82 % ถ้ามองในภาพรวมกว่า 50% ผลิตภัณฑ์มวลของจังหวัดชุมพรมาจากภาคเกษตรเป็นหลัก  จังหวัดชุมพรมีการผลิตทุเรียนและกาแฟมากที่สุดในประเทศไทย รายได้เศรษฐกิจหลักอีกด้านคือยางพารา และปาล์มน้ำมัน  ด้านไม้ผลมีหลากหลายครบเกือบทุกชนิดของประเทศไทย  นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากการประมงและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่ารายได้หลักของจังหวัดชุมพรมาจากภาคเกษตรกรรม
                 ที่ผ่านมาการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรจะเป็นการจำหน่ายในรูปของวัสดุดิบ  เป็นผลสด  ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้กรุณาให้โครงการต่างๆ ทางด้านการเกษตรกับผลผลิตที่เหลือใช้  จำนวน 23 โครงการ  เป็นเงินกว่า4 ล้านบาท  เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีฯ ก็ได้ไปเปิดการอบรมให้ความรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์ให้กับเกษตรกรของจังหวัด ชุมพร  ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร  นอกจากนี้ โครงการต่างๆ ในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรื่องการทำให้ผลผลิตมาอายุนานขึ้น จะส่งผลให้กับเกษตรกรของชุมพรมีรายได้เพิ่มขึ้น  ได้รู้นวัตกรรมต่างๆ ที่จะสามารถรักษาผลผลิตให้มีอายุรอการจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือ ต่างประเทศได้เป็นอย่างดี  
              ในระยะต่อไป โครงการนำร่องของจังหวัดชุมพร เชื่อว่าทีมงานจังหวัดชุมพรไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคเอกชน พร้อมที่จะรับการสนับสนุนและดำเนินการโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ชุมพร

         ด้าน นายธงชัย ลิ้มตระกูล  ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผลผลิตของ
ชุมพรโดยรวมแล้วคือ ผลผลิตจากการเกษตรกรรมซึ่งที่เป็นหลักได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ กาแฟ  นอกจากเกษตรกรรมแล้วสิ่งที่จะตามมา คือ ด้านการท่องเที่ยว การค้า และอุตสาหกรรม การที่จะเพิ่มผลผลิตเราในฐานะภาคเอกชนสิ่งที่ต้องการ คือ ต้องสร้างคุณภาพให้ได้รับดับมาตรฐานหรือเกินมาตรฐานซึ่งจะต้องเป็นระดับพรีเมี่ยม คือเราอยากได้คุณภาพไม่ว่าการพัฒนาการผลิตทางการเกษตรจะต้องเป็นระบบควบคุมได้ จนได้รับการรับรอง ไม่ว่าจะเป็น GAP หรือ GMP ก็จะทำให้ผลผลิตหรือสินค้าที่เราผลิตมีความต้องการและได้ราคา  นั้นคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม และในการต่อยอดจากวัตถุดิบ ให้เป็นสินค้าพร้อมบริโภค นั้นคือต้องสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ได้ด้วยเราเอง เช่น ยางพารา จะต้องต่อยอดหานวัตกรรมที่สร้างสรรค์ แต่ต้องให้ครบวงจรจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย มิเช่นนั้นนวัตกรรมก็จะมีอายุสั้นไปไม่ถึงฝั่งล้มหายตายจากไป นั้นคือต้องมีการตลาด มีเครือข่าย สมาชิก จนถึงผู้ใช้ให้เป็นที่ต้องการและรู้จักกันดี
  และส่วนของทรัพยากร จังหวัดชุมพรมีทรัพยากรที่ดีที่สุดคือทรัพยากรบุคคล จำเป็นต้องสร้างบุคคลากรให้รู้จักคิด รู้จักทำ เรียนรู้อย่างเข้าใจและพัฒนาให้ได้  ถ้าเป็นทรัพยากรธรรมชาติชุมพรมีพร้อมและหลากหลายมากเราสามารถสร้างมูลค่าโดยการนำวิทยาศาสตร์มาวิจัยคิดค้นหาประโยชน์ตรงจุดนี้มาใช้และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเป็นรูปธรรม และอีกอย่างหนึ่งคือภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีอยู่แล้วควรจะอนุรักษ์ไว้และฝึกสอนให้คนรุ่นหลังได้นำไปใช้อย่างแพร่หลายและพัฒนาการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นำเทคนิคทางวิทยาศาสตร์เข้าไปผสมผสานให้ได้ราคาเพิ่มขึ้นนั้นคือสิ่งที่ผมคิดว่าจะต้องนำไปต่อยอดสู่การสร้างเครือข่าย สร้างการตลาด ซึ่งปัจจุบันชุมพรเองกำลังเป็นจุดสนใจของต่างประเทศ ซึ่งเราจะต้องสร้างสิ่งที่กล่าวมารองรับให้ทันมิฉะนั้นชุมพรจะมีปัญหามาก  เราจะต้องตั้งรับและหาทางป้องกันไว้ก่อนจึงน่าจะเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาดังกล่าวได้

              นายสุพงษ์ เอื้ออารีย์ ผู้เข้าร่วมเสวนา   ถามว่า จากการไปดูงานที่ สวทช. ในระหว่าง
วันที่ 8-10 มิถุนายน 2553 พบว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีเทคโนโลยีและศักยภาพสูงมากในการสร้างสรรค์ความเจริญให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของ จ.ชุมพร อยาก ให้มีช่องทางการพบปะเจรจา และติดต่อสื่อสารระหว่าง สวทช.และนักธุรกิจ SMEs จะทำได้อย่างไร ?
                          ดร.ศักรินทร์  กล่าวต่อว่า  กระทรวงวิทย์ฯ  มีโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย หรือ Industrial   Technology Assistance Program  (iTAP)  ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของ สวทช.  เพื่อดำเนินการสนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี  โดยมีกิจกรรมหลักเพื่อสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่าง  ผู้ใช้บริการเทคโนโลยีกับผู้ใช้เทคโนโลยี  ในรูปแบบของการจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค  เพื่อช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนาโดยให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหา  และรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ  ซึ่งจะส่งให้อุตสาหกรรมไทยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันสู่ระดับสากล  และเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ  โดยมีช่องทางการติดต่อทาง

• mail (itap@tmc.nstda.or.th)  
• website : http://www.tmc.nstda.or.th/htmlweb  
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  ติดต่อ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP)  หมายเลขโทรศัพท์  :  662 564 7000

ตัวอย่างผู้ประกอบการที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก iTAP  เช่น

• โครงการ “สร้างต้นแบบเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน”  ให้กับ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองแดงสามัคคี  อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  โดยทางสหกรณ์กองทุนฯ ต้องการเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน  เพื่อลดต้นทุน และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  
• โครงการ“การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานทางสิ่งแวดล้อมของโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราอบแห้ง” ให้กับ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อปรับปรุงระบบการจัดการทางสิ่งแวดล้อมของโรงงานเพื่อลดผลกระทบที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ 

 

หน่วยงาน: 
สสก.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี