ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

5 ปี 32 สัปดาห์ ก่อน
5 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 5 วัน ก่อน
7 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 28 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 48 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 48 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 3 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 4 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 8577368
  • Unique Visitors: 267539
  • Registered Users: 155
  • Last Registered User: supawat.c@mhsri...
  • Published Nodes: 840
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พ, 2011-09-07 13:44
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก kamonwan@mhsri.go.th

ตามรอยนักวิทย์ : พิชิตการทดลองสุดเจ๋ง

 



 

สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับฝ่ายสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  จัดกิจกรรม  คุยกัน ..ฉันท์วิทย์  สัญจร  ในหัวข้อ  “ตามรอยนักวิทย์ :  พิชิตการทดลองสุดเจ๋ง”  โดยมี ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เป็นเกียรติร่วมชมกิจกรรม  และวิทยากรรับเชิญ อาจารย์ฤทัย  จงสฤษดิ์  หัวหน้าฝ่ายสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สวทช.  ร่วมให้ความรู้  ณ  ร้านทรู  คอฟฟี่ ชั้น 2 สาขาสยามสแควร์  ซอย 3  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า  40 คน

 

 

        อาจารย์ฤทัย  จงสฤษดิ์   กล่าวว่า  นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลกหลายๆ คน เช่น  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์   ชาร์ลส์ ดาร์วิน  โทมัส อัลวา เอดิสัน  และสองพี่น้องตระกูลไรท์  ต่างมีความประทับใจในการประดิษฐ์ของเล่น  และตื่นเต้นกับการค้นพบในวัยเด็ก  จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในวัยเยาว์ได้สร้างพลังความอยากรู้อยากเห็นและการค้นคว้าที่ยิ่งใหญ่กับมนุษยชาติต่อไป 



        เรื่องราววัยเด็กของเด็กชายไอน์สไตน์ที่ได้รับของขวัญจากคุณพ่อเป็นเข็มทิศที่มีเข็มชี้ไปทางทิศเหนือ เป็นปริศนาให้เด็กชายไอน์สไตน์สนุก ตื่นเต้นและสนใจในปริศนาความลึกลับของปรากฏการณ์ธรรมชาติ  จนเติบโตมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการที่ปฏิวัติความรู้แก่มนุษยชาติ อาทิ   ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กตริก  การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน  และทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ

 



      ใครจะรู้ว่า เด็กชายชาร์ลส์ ดาร์วิน  ที่วันๆ ขลุกอยู่กับการปีนป่ายดูรังนก สังเกตพฤติกรรมแมลงและเหล่าสัตว์ต่างๆ  เดินเก็บสะสมก้อนหิน นับดอกไม้  เขี่ยไส้เดือน ต่อมาเขาจะกลายเป็นผู้ค้นพบแนวคิดการคัดเลือกตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทฤษฏีวิวัฒนาการ ได้จุดประกายให้นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิวัฒนาการอื่นๆ อีกมากมาย

 



       แสงสว่างจากหลอดไฟ เสียงเพลงจากเครื่องบันทึกเสียง ทำให้เราย้อนนึกถึงบิดาแห่งนักประดิษฐ์ที่มีผลงานนับพันชิ้น เขาคือ  โทมัส อัลวา เอดิสัน  เมื่อตอนวัยเด็ก  เอดิสันเป็นเด็กที่ชอบประดิษฐ์และหากิจกรรมสนุกๆ มาเล่นกับเพื่อน  เช่น  ผสมสารให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี   เขาเคยไปแอบนั่งกกไข่แทนแม่ไก่เพื่อดูว่าจะฟักเป็นลูกเจี๊ยบสำเร็จหรือไม่  

 

 

       สองพี่น้องตระกูลไรท์ที่ทำให้ความฝันของการบินอยู่บนท้องฟ้าเป็นจริงได้ จากการประดิษฐ์เครื่องบินลำแรกของโลก  ในสมัยเด็กๆ  สองพี่น้องชอบเล่นของเล่นที่มีการเคลื่อนที่ได้  เช่น  ขี่จักรยาน  เล่นลูกข่าง  และเล่นว่าว  การเล่นดังกล่าวทำให้เขาได้เติบโตมาเป็นนักประดิษฐ์ที่สร้างเครื่องบินที่สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้

 



       ฝ่ายสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ได้นำกิจกรรมการทดลองเพื่อย้อนรำลึกนักวิทยาศาสตร์และจุดประกายการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆ ผ่านการทดลองดังนี้  

 

       ไขปริศนาการบิน  ประดิษฐ์ว่าวน้อยลอยลมและคอปเตอร์กระดาษ  น้องๆ จะได้เรียนรู้หลักการลอยตัวจากว่าว ที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยการลอยตัวของว่าวจะมีแรงที่เข้ามาเกี่ยวข้อง  ทั้งหมด 3 แรงคือ   

1. แรงที่เกิดจากน้ำหนักว่าว

2. แรงที่เกิดจากลมซึ่งเป็นตัวช่วยยกว่าวให้ลอยขึ้นและเอียงไปด้านหลัง

3.แรงดึงจากเชือกซึ่งจะช่วยในการดึงรั้งว่าวไม่ให้ถอยหลังมากเกินไป และที่สำคัญยังเป็นตัวที่ผู้เล่นใช้กำหนดทิศทางของว่าว ง่ายเท่านี้น้องๆ ก็จะได้ว่าวที่ประดิษฐ์ขึ้นเองไว้ใช้เล่นรับลมหนาว

 

 

        ส่วนคอปเตอร์กระดาษ เป็นการลอกเลียนแบบการลอยตัวของลูกยางขณะที่ร่วงลงมาจากต้น โดยอาศัยหลักการของเรื่องแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง แรงที่ 1 เกิดจากน้ำหนักของคอปเตอร์กระดาษเอง (รวมกับน้ำหนักของคลิปหนีบกระดาษ) แรงที่ 2 แรงยกมาจากแรงต้านการโน้มถ่วงโลก จากปีกของคอปเตอร์ ทำให้คอปเตอร์กระดาษของน้องๆ สามารถลอยตัวอยู่ในอากาศได้ ส่วนของใครจะลอยอยู่ได้นานกว่ากันนั้น น้องๆ ลองออกแบบดูว่า เราจะดัดแปลงคอปเตอร์ของเรายังไง ให้ลอยอยู่ในอากาศได้นานที่สุด



วัสดุ/อุปกรณ์  ว่าวน้อยลอยลม



- ไม้ไผ่ สำหรับทำโครงว่าว

- กระดาษว่าว

- เชือกผูกว่าว

- กาว

- กรรไกร



วิธีการทดลอง



- เตรียมโครงว่าวจากไม้ไผ่ จากนั้นนำกระดาษว่าวมาตัดตามรูปแบบว่าว โดยตัดกระดาษให้มีขนาดใหญ่กว่าโครงว่าวเล็กน้อย (เผื่อไว้สำหรับติดกาว)

- ติดกระดาษว่าวเข้ากับโครงว่าว 

- เตรียมส่วนหางว่าวโดยตัดกระดาษว่าเป็นเส้นๆ ขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวตามความเหมาะสม ติดส่วนหางว่าวเข้ากับตัวว่าว

- นำเชือกว่าวมาผูกติดกับหางว่าว 

- ตกแต่งว่าวให้สวยงามตามต้องการ 

 

วัสดุ/อุปกรณ์  การทำคอปเตอร์กระดาษ



- กระดาษสำหรับทำคอปเตอร์

- กรรไกร

- คลิปหนีบกระดาษ



วิธีการทดลอง



- ตัดกระดาษตามลอยประที่ 1

- วัดระยะจากรอยประลงมาประมาณ 2 cm 

- ใช้กรรไกรตัดตามรอยประที่ 2

- ทำส่วนปีก โดยพับสวนสีเขียวเข้มลงมาข้างหน้า และส่วนสีเขียวอ่อนลงไปข้างหลัง

- พับส่วนแถบสีขาวเข้าไปข้างหลัง

- ติดคลิปหนีบกระดาษ บริเวณด้านล่าง

 



       นักชำแหละต้นไม้พิสดาร  ชำแหละผ่าตัดต้นไม้และพิสูจน์ว่าต้นไม้กินแมลงได้อย่างไร  พืชกินแมลง คือ พืชที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงเหมือนกับพืชทั่วไป แต่มีการพัฒนาวิธีการดูดซึมธาตุอาหารโดยการดักจับแมลง และย่อยสลายด้วยกระบวนการทางเคมี จากนั้นจึงดูดซึมสู่ลำต้นต่อไป คุณสมบัติของพืชกินแมลง คือ มีความสามารถในการดูดซึมธาตุอาหารจากสัตว์ที่ตายแล้ว และมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างชัดเจนบางอย่าง โดยมีเป้าหมายหลักในการล่อแมลง, จับ และย่อยเหยื่อ



วัสดุ/อุปกรณ์



- ต้นไม้กินแมลง

- ถุงมือ

- มีด



วิธีการทดลอง



- สังเกตุลักษณะภายนอกของต้นไม้กินแมลง

- สังเกตลักษณะภายในใช้อุปกรณ์ผ่าหรือกรีดต้นไม้ในส่วนต่างๆ และสังเกตุ

 



       หลอดไฟเรืองแสงจากผลไม้  เป็นการการผลิตไฟฟ้าจากผลไม้หรือเรียกอีกอย่างว่า “เซลล์อิเล็กโทรไลต์” ซึ่งเกิดได้จากการแตกตัวของไอออนในผลไม้ ทำให้เกิดเป็นเซลล์ไฟฟ้าได้ เมื่อเราต่อกับหลอด LED ซึ่งกินไฟไม่มากก็จะทำให้ไฟฟ้าจากผลไม่ทำให้หลอด LED ติดได้ โดยผลไม้แต่ละชนิดจะให้ไฟฟ้าได้ไม่เท่ากัน การต่อให้ได้ไฟฟ้ามากที่สุดควรจะต่อผลไม้ หลายๆลูก แบบขนานจะให้ไฟมากที่สุด และเทคนิคมีอยู่ว่า น้องๆ ควรขัดแผนทองแดงและสังกะสีให้ดีๆ เพื่อที่จะได้นำกระแสไฟฟ้าได้ดีค่ะ



วัสดุ/อุปกรณ์



- หลอด LED ขนาดเล็ก

- แผ่นทองแดง

- แผ่นสังกะสี

- สายไฟปากคีบ

- ผลไม้ที่จะใช้สำหรับเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เช่น เลม่อน มะนาว แอปเปิ้ล หรือผลไม้ชนิดอื่นๆที่ต้องการทดสอบ



วิธีการทดลอง

- เตรียมแผ่นทอแดงและแผ่นสังกะสีโดยการตัดแผ่น ให้มีขนาด 1.5 x 3  cm

- นำแผ่นทองแดงและแผ่นสังกะสีที่ตัดแล้วมาเสียบเข้ากับผลไม้สำหรับทำเป็นขั่ว ดังรูป

- ใช้สายไฟปากคีบหนีบขั่วต่อผลไม้ 

- นำหลอด LED มาต่อเข้ากับวงจรที่ได้     ****(อะอะ... สังเกตดีๆนะค่ะ ว่า การต่อเราจะให้แผ่ทองแดงเป็นขั่วบวก ส่วน แผ่นสังกะสีเป็นขั่วลบค่ะส่วนหลอด LED ให้สังเกตที่ ขาค่ะ ด้านสั้นสำหรับต่อกราวด์  ส่วนด้านยาวสำหรับต่อไฟค่ะ )

- ลองกับผลไม้ชนิดอื่นอีกแล้วสังเกตดูซิว่า ผลไม้ชนิดไหนทำให้ไฟติดได้บ้างน๊า......?

 



       ประดิษฐ์เข็มทิศทำเองได้..ง่ายจัง  เข็มทิศเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเดินทาง เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการหาทิศทาง ประกอบกับการดูแผนที่ คุณสมบัติที่สำคัญของเข็มทิศ คือ เข็มที่ชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ เนื่องมาจากแรงของสนามแม่เหล็กโลก



วัสดุ/อุปกรณ์ 



- ฐานเข็มทิศ

- สกรู

- แผ่นแม่เหล็กรูปเข็ม

- กรรไกร

- กาว



วิธีการประดิษฐ์



- ประกอบฐานเข็มทิศ

- ประกอบแผ่นแม่เหล็กเข้ากับตัวฐาน โดยใช้สกรูยึดติดไว้ตรงกลาง และให้เข็มหมุนได้อย่างอิสระ

 

 

หน่วยงาน: 
สสก.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี