ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

6 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
6 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 4 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 30 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 31 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 38 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 10202744
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 162
  • Last Registered User: worakan.a@mhesi...
  • Published Nodes: 908
  • Your IP: 35.172.236.135
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก sasikan@mhsri.go.th

  ปัจจุบันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดังกล่าว คือ ภัยที่เกิดจากการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะภัยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ตามสื่อต่างๆ ในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย  ซึ่งสามารถสรุปรูปแบบการกระทำอาชญากรรมทางe-Commerce และ e-Business ผ่านทางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และแนวทางการแก้ปัญหาได้ดังต่อไปนี้

 

 1)  สรุปรูปแบบการกระทำอาชญากรรมทาง  e-Commerce และ  e-Business ผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์
      กรณีที่ 1 :  การเจาะเข้าระบบงาน (Hack) โดยตรงและทำความเสียหายให้กับลูกค้า

 

 

 

 

 

      กรณีที่ 2 :  การดักจับข้อมูลจากสายสัญญาณขณะที่ลูกค้ากระทำธุรกรรม
                    - การสำเนารหัสจากอุปกรณ์ Skimmer ที่ถูกติดตั้งกับ Machine ที่ใช้ทำธุรกรรม

 

 

 

       กรณีที่ 3 :  การกระทำให้หลงเชื่อเพื่อให้ลูกค้ากระทำธุรกรรม
                    -โอนเงิน       
 -ผ่านบัตรเครดิต

 

 2)  มุมมองการเสนอความคิดเห็นเพื่อเตรียมการสำหรับการเตรียมการของผู้ประกอบการ 
จะต้อง/ควรจะ
       1.  สร้าง ระบบงานเตือนภัย (Alert System)เสริมด้านการให้บริการผู้บริโภค  ผ่าน Mobile/e-Mail โดยเป็น Warning Message ตาม  Policyที่ลูกค้าสามารถกำหนดได้เอง  เช่น   วงเงินมากที่สุดในการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง  หรือในแต่ละวัน  หรือ  จำนวนครั้งของการใช้งานต่อวัน หรือกลุ่มอุปกรณ์สินค้าที่ซื้อโดยปกติ  หรือ สถานที่ใช้งานตามปกติ เป็นต้น
     2.  ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ระบุเบอร์ติดต่อไปยัง Call Center ของผู้ประกอบการ ณ. สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทำธุรกรรม เพื่อสะดวกต่อการแจ้งรายละเอียดเมื่อลูกค้าประสบปัญหาหรือเห็นสิ่งผิดปกติ (ต้องสร้างบรรยากาศการช่วยกันเตือนภัยจากภาครัฐประกอบด้วย)
     3.  ทำการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อป้องกันและป้องปรามการทำอาชญากรรม  เช่น  ติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานที่ให้บริการบางแห่งที่สำคัญ
     4.  มีกระบวนการเพื่อตรวจสอบ Machine ที่ใช้รองรับการกระทำธุรกรรม ว่ามีการติดตั้งอุปกรณเครื่องดูดหรือกวาดข้อมูล (Skimmer)  เพื่อการเจาะระบบหรือสำเนาข้อมูลที่สำคัญของลูกค้าหรือไม่
     5.  สร้างกระบวนการทำงาน (Work  Process) ในการประสานงานข้อมูลด้านรูปแบบอาชญากรรมทาง e-Commerce และ  e-Business กับหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ  ในการสร้างองค์ความรู้สำหรับการระวังภัยในรูปแบบต่างๆผ่าน  Blog  และประสานงานกับ Call Center หลักเพื่อเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายและเชื่อมต่อในการส่งผ่านเรื่องร้องทุกข์
3)  มุมมองการเสนอความคิดเห็นเพื่อเตรียมการสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้าน e-Commerce และ  E-Business 
จะต้อง/ควรจะ
1. กำหนด พ.ร.บ. เพื่อเก็บ  Logical Log สำหรับการกระทำธุรกรรมทาง  e-Commerce หรือ e-Business ในกรณีที่ลูกค้าจ่ายเงินผ่านช่องทาง  

    - Credit Card
    - บัตร ATM
    - Digital Signature
    - สิ่งแทนลูกค้าในลักษณะอื่นๆ

 2. จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อสร้างกระบวนการทำงาน (Work  Process) สำหรับการประสานงานกับหน่วยงานในภาคธุรกิจหรือภาครัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านรูปแบบอาชญากรรมทาง e-Commerce และ  e-Business ให้มีความทันสมัยให้เป็นปัจจุบันเพื่อนำไปสร้างเป็นฐานข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ความรู้สำหรับการระแวดระวังภัย  และสร้างภูมิคุ้มกันภัยสำหรับผู้บริโภค
3.  จัดทำ  Blog  เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้ในข้อที่  2  เช่น
     · การเตือนภัยในลักษณะการเข้ามาของ Message เช่น  เบอร์โทร (Private Tel No. ,จากเมืองนอก)  e-Mail ,  Telephone Banking
     · การวิเคราะห์รูปแบบเชิงการกระทำอาชญากรรมทาง  e-Commerce และ  e-Business
     · การเสนอการขายสินค้าทั่วไป
     · การลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์
     · การขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ  เช่น  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ,  DSI
     · ข้อความประสงค์ดี  เพื่อไม่ให้ตัดการให้บริการด้านการอำนวยความสะดวก เช่น  MobilePhone , Cable TV , น้ำประปา , ไฟฟ้า เป็นต้น
4. จัดสร้าง  Call Center หลักเพื่อเป็นศูนย์กลางเพื่อให้ความรู้ และทำการประสานงานการรับแจ้งความร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
5. ขับเคลื่อนองค์ความรู้ที่มีเพื่อเผยแพร่ผ่าน  Social Network และ Member บนระบบ e-Businessของหน่วยงาน/ธุรกิจ ต่างๆ  โดยอาจสร้างข้อมูลเชิงกระตุ้นเตือน เช่น  รายงานสรุปเชิงสถิติของอาชญากรรมทาง e-Commerce และ  e-Business  ที่เกิดขึ้น  โดยเชื่อมต่อประสานงานเพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบทางคดีความ  ได้แก่  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  DSI  กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น

 

 

 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  ข้อมูลโดย   http://www.etcommission.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=185&Itemid=183&lang=en

คณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบทางด้านสังคมอันเกิดจากการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์

 

 

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี