ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

5 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
5 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 1 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 22 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 28 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 48 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 49 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 3 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 4 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 8593067
  • Unique Visitors: 267558
  • Registered Users: 155
  • Last Registered User: supawat.c@mhsri...
  • Published Nodes: 840
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พ, 2011-09-07 13:44
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก kamonwan@mhsri.go.th

ฤดูหนาว: มหัศจรรย์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์

สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) จัดกิจกรรม  คุยกัน ..ฉันท์วิทย์ สัญจร ในหัวข้อ. “ฤดูหนาว: มหัศจรรย์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์”  โดยมีวิทยากรรับเชิญ ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย สาขาดาราศาสตร์ออฟติค และนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์   เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ มาร่วมให้ความรู้  ณ ร้านทรู คอฟฟี่ ชั้น 2 สาขาสยามสแควร์    ซอย 3  มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน

 

 
                    ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา  กล่าวว่า  ในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย และเหมาะสำหรับการดูดาว เนื่องจากท้องฟ้าค่อนข้างที่จะใส ไม่มีเมฆ และในช่วงเดือนพฤศจิกายน มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือ ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonids) และเรายังสามารถสังเกตดาวเคราะห์ ได้หลายดวง ในช่วงเช้าตรู่เราจะเห็นดาวเสาร์และดาวศุกร์ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว และช่วงหัวค่ำเราจะสามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีจะปรากฏอยู่เกือบๆ กลางฟ้าในกลุ่มดาวมังกร(Capriconus) จนถึงประมาณเที่ยงคืน หากใช้กล้องสองตาก็จะสามารถสังเกตเห็นดาวยูเรนัสซึ่งอยู่ระหว่างกลุ่มดาวปลาคู่(Pisces) กับกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius) ส่วนดาวอังคารขึ้นจากขอบฟ้าเวลาเที่ยงคืนจนถึงเช้า

                   วัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจในช่วงนี้ ได้แก่ กาแล็กซีแอนโดรเมดา, กระจุกดาวคู่ กระจุกดาวเปิด M35, M39, M7, M25 กระจุกดาวทรงกลม M42 เนบิวลานายพราน และถ้าอยู่ห่างจากแสงในเมืองเราจะสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือก   กลุ่มดาวที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มดาวม้าปีก กลุ่มดาวหงส์ กลุ่มดาวคนยิงธนู และนอกจากนั้นเรายังสามารถสังเกตเห็นสามเหลี่ยมฤดูร้อน ซึ่งประกอบด้วยดาวเดเนปในกลุ่มดาวหงส์ ดาวอัลแตร์ในกลุ่มดาวนกอินทรีย์ ดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ ดาวซีรีอุสในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ ดาวโพรไซออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก และดาวบีเทลจูสในกลุ่มดาวนายพรานปรากฏอยู่บริเวณกลางฟ้า   ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในเดือนพฤศจิกายน มีดังนี้
   3 พฤศจิกายน         จันทร์เพ็ญ 02:14
  5 พฤศจิกายน         ดาวพุธอยู่ที่ตำแหน่งซูพีเรียคอนจังชัน
 7 พฤศจิกายน         ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบเดือนที่ระยะทาง 368,900 กิโลเมตร
 9 พฤศจิกายน         ดวงจันทร์กึ่งหลัง 22.56 น.
 9 พฤศจิกายน           ดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 3.46 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
13 พฤศจิกายน           ดาวเสาร์อยู่ห่างจากดวงจันทร์ 7.5 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
16 พฤศจิกายน           ดาวศุกร์อยู่ห่างจาก ดวงจันทร์ 6.36 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
17 พฤศจิกายน         จันทร์ดับ 02:14
17 พฤศจิกายน           ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 2.84 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
17-18 พฤศจิกายน     ฝนดาวตกลีโอนิดส์
17 พฤศจิกายน           ดาวพุธไกลดวงอาทิตย์ที่สุดที่ระยะทาง 69,816,706 กิโลเมตร
23 พฤศจิกายน ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดที่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 404,736 กิโลเมตร
24 พฤศจิกายน           ดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 3.66 องศา ทางใต้ของดวงจันทร์
25 พฤศจิกายน         ดวงจันทร์กึ่งแรก 04:39
 
 
            ท้องฟ้าในเดือนธันวาคม จะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว และวัตถุท้องฟ้าให้ดูมากมาย ในช่วงเช้าตรู่ของแต่ละวันเราจะสามารถสังเกตเห็นดาวอังคารและดาวเสาร์สุกสว่างอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น และในช่วงหัวค่ำจะสามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีทางด้านทิศตะวันตก  และเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จะเห็นกลุ่มดาวนายพรานกำลังโผล่พ้นขอบฟ้า และกลุ่มดาวม้าปีกจะอยู่บริเวณกลางท้องฟ้าพอดี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มดาวที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น กลุ่มดาววัว   กลุ่มดาวดาวม้าปีก   กลุ่มดาวนายพราน   กลุ่มดาวค้างคาว กลุ่มดาวมังกร (แพะทะเล) เป็นต้น
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในเดือนธันวาคม มีดังนี้
 2 ธันวาคม    จันทร์เพ็ญ 14:30
 4 ธันวาคม    ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดที่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 363,479 กิโลเมตร
  7 ธันวาคม     ดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 5.5 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
 9 ธันวาคม    ดวงจันทร์กึ่งหลัง 07:13
10 ธันวาคม     ดาวเสาร์ห่างจากดวงจันทร์อยู่ 7.87 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
13 ธันวาคม     ฝนดาวตกเจมินิดส์
15 ธันวาคม     ดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวงจันทร์ 3.09 องศา ทางเหนือของดวงจันทร์
16 ธันวาคม    จันทร์ดับ 19:36
18 ธันวาคม     ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 1.39 องศา ทางใต้ของดวงจันทร์
19 ธันวาคม    ดาวพุธอยู่ที่ตำแหน่งอีลองเกชันสูงสุดด้านตะวันออก (20.3 องศา)
20 ธันวาคม    ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดที่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 405,731 กิโลเมตร 
21 ธันวาคม     ดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 4.18 องศา ทางใต้ของดวงจันทร์
24 ธันวาคม    ดวงจันทร์กึ่งแรก
31 ธันวาคม    ดาวพุธใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดที่ระยะทาง 46,001,367 กิโลเมตร
31 ธันวาคม    จันทร์เพ็ญ
31 ธันวาคม    ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว
 
                      ช่วงเดือนมกราคมเป็นช่วงที่มีอากาศที่ดี และยังมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ให้ดูกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝนดาวตกควอดรานติดส์ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนสำหรับดาวเคราะห์ที่สามารถเห็นได้ในตอนเช้าตรู่ คือ ดาวเสาร์ ซึ่งจะสามารถสังเกตได้ในกลุ่มดาวหญิงสาวในช่วงประมาณตีสี่ถึงเช้า และตอนหัวค่ำเราจะสามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีทางด้านตะวันตกใกล้ขอบฟ้า พอดึกมาอีกหน่อยดาวอังคารก็โผล่พ้นขอบฟ้ามาให้ชมกัน
           
          กลุ่มดาวที่น่าสนใจเช่น กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวม้าปีก กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ กลุ่มดาวสุนัขเล็ก กลุ่มดาวค้างคาว กลุ่มดาวหมีเล็ก และในช่วง 2 ทุ่ม เราจะเห็นหกเหลี่ยมฤดูหนาว ซึ่งประกอบด้วยดาวไรเจลในกลุ่มดาวนายพราน ดาวอัลคิบาแรนในกลุ่มดาววัว  ดาวคาเพลลาในกลุ่มดาวสารถี   ดาวพอลลักซ์ในกลุ่มดาวคนคู่ ดาวโพรไซออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก และดาวซิริอุสในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ปรากฏสูงจากขอบฟ้าทางด้านตะวันออก
ปรากฏการณ์ที่น่าในใจในเดือนมกราคม มีดังนี้
1 มกราคม      ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่อยู่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 358,684 กิโลเมตร
3 มกราคม      โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด 147,098,036 กิโลเมตร (0.983290 AU)
          3 – 4 มกราคม ฝนดาวตกควอดรานติดส์
           4 มกราคม      ดาวพุธอยู่ที่ตำแหน่งอินฟีเรีย คอนจังชัน
7 มกราคม      จันทร์กึ่งหลัง(10:41 น.)
11 มกราคม    ดาวศุกร์อยู่ที่ตำแหน่ง ซูพีเรีย คอนจังชัน
           15  มกราคม    จันทร์ดับ (07:12น.)
15 มกราคม    ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน
17 มกราคม    ดวงจันทร์อยู่ไกลโลกมากที่อยู่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 406,434 กิโลเมตร
23 มกราคม    จันทร์กึ่งแรก (10:54 น.)
24 มกราคมดาวศุกร์อยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดระยะทาง 108,945,703 กิโลเมตร (0.72826 AU)
27 มกราคม    ดาวพุธอยู่ที่ตำแหน่งอีลองเกชันสูงสุดด้านตะวันตก 24.8 องศา
29 มกราคม    ดวงอังคารอยู่ที่ตำแหน่งออพโพซิชัน
30 มกราคม    จันทร์เพ็ญ (06:19 น.)
30 มกราคม    ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่อยู่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 356,593 กิโลเมตร
 
            เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักนี้ ก็ยังมีวัตถุท้องฟ้าให้ได้ชม สำหรับท่านที่ตื่นเช้าๆ ในเดือนนี้จะสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งสว่างตอนใกล้รุ่งทางด้านทิศตะวันออกซึ่งก็คือดาวพุธ และถ้ามองไปทางด้านทิศตะวันตกจะเห็นดาวเสาร์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว และในเวลาประมาณ 22.00 น. หากมองไปทางขอบฟ้าทิศตะวันออกจะเห็นดาวอังคารอยู่สูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และดาวพฤหัสบดีอยู่ทางขอบฟ้าทิศตะวันตก
กลุ่มดาวที่น่าสนใจเช่น กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวม้าปีก กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ กลุ่มดาวสุนัขเล็ก กลุ่มดาวคางคาว กลุ่มดาวหมีเล็ก และในช่วง 2 ทุ่ม เราจะเห็นหกเหลี่ยมฤดูหนาว
ปรากฏการณ์ที่น่าในใจในเดือนกุมภาพันธ์ มีดังนี้
          5 กุมภาพันธ์   จันทร์กึ่งหลัง (23:50 น.)
          12 กุมภาพันธ์ ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 2.3 องศา ด้านใต้ของดวงจันทร์
          13 กุมภาพันธ์ ดวงจันทร์อยู่ไกลโลกมากที่อยู่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 406,542 กิโลเมตร
          13 กุมภาพันธ์ ดาวพุธอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดระยะทาง 69,816,703 กิโลเมตร (0.46670 AU)
          14 กุมภาพันธ์ ดาวเนปจูนอยู่ที่ตำแหน่งคอนจังชันกับดวงอาทิตย์
  14 กุมภาพันธ์ จันทร์ดับ (02:52 น.)
  22 กุมภาพันธ์ จันทร์กึ่งแรก (00:43 น.)
  27 กุมภาพันธ์ ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่อยู่ในรอบเดือนที่ระยะทาง 357,832 กิโลเมตร
  28 กุมภาพันธ์ จันทร์เพ็ญ (16:39 น.)
  28 กุมภาพันธ์ ดวงพฤหัสบดีอยู่ที่ตำแหน่งคอนจังชันกับดวงอาทิตย์
 
                    นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ กล่าวว่า  ในยามค่ำคืน ถ้าเราแหงนดูท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก จะพบดวงดาวเต็มท้องฟ้า ท่านรู้จักดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้าหรือไม่ หากนึกย้อนไปในวัยเด็ก ท่านอาจเป็นคนหนึ่งที่ชอบแหงนดูดาวในท้องฟ้าโดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ท้องฟ้าจะสดใสเห็นดาวต่างๆ ชัดเจน กลุ่มดาวที่คุ้นเคยและรู้จักกันทั่วไป คือ กลุ่มดาวไถ ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวเต่า กลุ่มดาวต่างๆ ล้วนเป็นดาวฤกษ์ทั้งสิ้น   ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดูดาว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดอยู่ระหว่างเดือน พฤศจิกายน – กุมพาพันธ์   หลังจากนี้ไปจนถึงก่อนสงกรานต์ ท้องฟ้าก็ยังโปร่งไม่มีเมฆ   แต่จะมีหมอกแดดซึ่งเกิดจากการเผาป่า และไร่   หลังจากสงกรานต์เป็นต้นไปเป็นช่วงฤดูฝน ฟ้าเปิดเป็นหย่อมๆ  ดูดาวได้บ้างเป็นบางส่วน แต่จะมีเมฆผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สะดวกต่อการดูเป็นกลุ่มดาว    อย่างไรก็ตามหลังจากฝนตก ถ้าไม่มีเมฆแผ่น ท้องฟ้าจะใสมาก เพราะน้ำฝนชะล้างฝุ่นในบรรยากาศลงมาหมด ช่วงเดือนสิงหาคม – กลางเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ไม่ควรจัดกิจกรรมดูดาวเลย เนื่องจากท้องฟ้าปิด มีเมฆปกคลุมตลอดเวลา และมีฝนตกแทบทุกวัน
 
            อุปสรรคที่สำคัญของการดูดาวคือ แสงรบกวน สถานที่ที่เหมาะสมกับการดูดาว ควรจะอยู่ในชนบท   ภูเขา  หรือชายทะเล   ควรออกห่างจากเมืองใหญ่อย่างเช่น กรุงเทพ ไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามใน   กทม. ก็สามารถมองเห็นกลุ่มดาวสว่าง  ดาวเคราะห์  ดวงจันทร์  เนบิวลา และกระจุกดาวต่างๆ ได้   แต่จะไม่สามารถมองเห็น ทางช้างเผือก  กาแล็กซี  เนื่องจากวัตถุท้องฟ้าจำพวกนี้มีแสงจาง กลืนไปกับความสว่างของท้องฟ้าที่มีมลภาวะทางแสง
                    บริเวณที่จะทำกิจกรรม ควรเป็นที่โล่งกว้าง มองเห็นขอบฟ้าได้ทุกด้าน โดยเฉพาะด้านทิศเหนือ ในการจัดที่นั่งเป็นหมู่คณะ ควรให้ผู้ชมหันหน้าไปทางทิศเหนือ (ถ้ามีการตั้งจอสไลด์ ก็ควรติดตั้งอยู่ทางทิศเหนือเช่นกัน) เพื่อให้สามารถสังเกตการเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้า จากทิศตะวันออก ไปยังทิศตะวันตก  (การหมุนรอบตัวเองของโลก)   แต่หากมีข้อจำกัดด้านทิศเหนือ ให้เลือกหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เพื่อที่ผู้ชมจะได้เห็นกลุ่มดาวเคลื่อนที่ขึ้นมาตรงหน้า และข้ามศีรษะไปตกด้านหลัง     พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ในการดูดาว อาทิ  แผนที่ดาว และไฟฉายขนาดเล็ก หุ้มกระดาษแก้วสีแดง เลเซอร์ชี้ดาว เสื่อสำหรับปูนอน   เครื่องอคมพิวเตอร์ติดตั้ง ซอฟต์แวร์ Stellarium   LCD projector และจอภาพ (ถ้ามี สำหรับฉายอธิบายประกอบท้องฟ้าจริง) กล้องโทรทรรศน์(ถ้ามี) กล้องสองตา  
                    การจัดกิจกรรมดูดาวที่ดีต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ว่าคืนนั้นจะมีอะไรให้ชม ดวงจันทร์ขึ้น-ตกเวลาใด ช่วงหัวค่ำมีดาวเคราะห์ หรือ วัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจอะไรบ้าง ช่วงก่อนรุ่งเช้ามีวัตถุท้องฟ้าใด ที่คุ้มค่าต่อการตื่นขึ้นมาดูบ้าง จงพยายามหลีกเลี่ยงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เพราะดวงจันทร์จะขึ้นทันทีหลังจากดวงอาทิตย์ตกและตกตอนรุ่งเช้าเมื่อฟ้าสาง   ฉะนั้นคืนทั้งคืนจะเต็มไปด้วยแสงจันทร์ บดบังทางช้างเผือก กาแล็กซี และเนบิวลาทั้งหลาย ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดการจัดกิจกรรมดูดาวจะอยู่ในช่วงข้างขึ้น 8 ค่ำ เพราะจะสามารถสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้าได้ดี คือ ในช่วงหัวค่ำจะสังเกตเห็นดวงจันทร์ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก และเมื่อดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าไปในช่วงดึกๆ   ก็จะสามารถสังเกตกลุ่มดาวสว่าง ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ เนบิวลา และกระจุกดาวต่างๆ ได้อย่างชัดเจน   
                    ในช่วงข้างขึ้น ดวงจันทร์จะปรากฏให้เห็นตอนเย็น ดวงจันทร์จะขึ้นช้าไปวันละประมาณ 50 นาที และจะขึ้นประมาณหกโมงเย็นพอดี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ    ส่วนช่วงข้างแรม ดวงจันทร์จะปรากฏให้เห็นในตอนเช้า  
                    การวางแผนเวลาการขึ้น-ตก ของดวงจันทร์ และวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจนั้น สามารถเรียกดูได้จากซอฟต์แวร์ดาราศาสตร์ เช่น Stellarium และ Starry Night   ส่วนการประเมินสภาพลมฟ้าอากาศ สามารถดูได้จากภาพถ่ายดาวเทียม ในเว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา
 
                    การดำเนินกิจกรรมดูดาว สิ่งแรกที่ต้องทำความตกลงกันคือ งดการใช้ไฟฉาย เพื่อให้โอกาสแก่ดวงตาของเราสร้างเซลล์ไวแสงสำหรับการมองภาพกลางคืน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที   ถ้าแสงไฟเข้าตา เซลล์สำหรับมองกลางวันจะทำงานอยู่ตลอดเวลา และเราก็จะมองไม่เห็นรายละเอียดของกลุ่มดาว   การดำเนินกิจกรรมควรเรียงลำดับ ดังนี้  1) ทำความรู้จักทิศ 2) การหาดาวเหนือจากกลุ่มดาว  3) การเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้า แนะนำให้รู้จักเส้นสมมุติบนท้องฟ้า อันได้แก่ เส้นเมอริเดียน และเส้นศูนย์สูตรฟ้า ผู้ชมควรจะได้รับความรู้ความเข้าใจ เรื่องระยะเชิงมุม และ อัตราการเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้า 4) การสอนดูกลุ่มดาวสว่าง ควรจะเริ่มต้นด้วยกลุ่มดาวที่มีลักษณะเด่น และมีดาวสว่างหลายดวง ดังเช่น กลุ่มนายพราน จากนั้นก็โยงไปสู่กลุ่มดาวดาวสว่างที่อยู่ใกล้เคียง เช่น กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ กลุ่มดาวสุนัขเล็ก ที่ขาดเสียมิได้คือ สามเหลี่ยมฤดูร้อน สามเหลี่ยมฤดูหนาว 5) ในการสอนเรื่องกลุ่มดาวสว่างสำหรับเด็กเล็ก ควรมีการสอดแทรกด้วยการเล่านิทาน สำหรับเด็กโตควรสอดแทรกความรู้ฟิสิกส์ เช่น ตำแหน่งของโลกในจักรวาล ความหมายของระยะทาง “ปีแสง”
ความสัมพันธ์ระหว่างสีของดาว   6) หลังจากแนะนำกลุ่มดาวสว่างเสร็จแล้ว ควรไล่ไปยังกลุ่มดาวจักราศี ซึ่งจะปูทางไปสู่เรื่องเส้นสุริยวิถี และการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ หากเป็นคืนเดือนมืด ควรชี้ชวนให้ดูทางช้างเผือก และอธิบายความหมายของมันด้วย
 
                        นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า การสังเกตการณ์ด้วยกล้องโทรทรรศน์และกล้องสองตา จะแนะนำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาวได้รู้จักวัตถุท้องฟ้าชนิดต่างๆ อาทิ  ดวงจันทร์ กระจุกดาว เนบิวลา และกาแล็กซี แนะนำตำแหน่งเมื่อมองดูด้วยตาเปล่าด้วย  วัตถุท้องฟ้าที่ควรแนะนำให้สังเกต มีดังนี้ 1) เสี้ยวของดาวพุธ และดาวศุกร์ ซึ่งจะมองเห็นได้แต่ในช่วงหัวค่ำ หรือก่อนรุ่งเช้าเท่านั้น 2)  หลุมบนดวงจันทร์ 3) แถบเมฆ จุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์ทั้งสี่ 4) วงแหวนดาวเสาร์  5)เนบิวลา M42 ในกลุ่มดาวนายพราน   6) M31) ในกลุ่มดาวเจ้าหญิงแอนโดรเมดา กระจุกดาวลูกไก่ ในกลุ่มดาวนายพราน 7)ดาวอัลฟา เซนทอรี (ระบบดาวคู่) ในกลุ่มดาวคนครึ่งสัตว์ ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะมากที่สุด 8) กระจุกดาวทรงกลม โอเมก้า เซนทอรี ในกลุ่มดาวคนครึ่งสัตว์   9) กาแล็กซีแอนโดรเมดา (
สนับสนุนข้อมูลโดย : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)

ท่านสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th

หน่วยงาน: 
สสก.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี