ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

5 ปี 47 สัปดาห์ ก่อน
5 ปี 47 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 9112793
  • Unique Visitors: 271083
  • Registered Users: 157
  • Last Registered User: juntana.ch@mhes...
  • Published Nodes: 849
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พ, 2011-09-07 13:44
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

 

เรื่อง “แนวทางการดำเนินงานบูรณาการงานภายใต้ประเด็น ข้อ ๘ การวิจัยและพัฒนาของยุทธศาสตร์ประเทศ  (Country Strategy)”

โดย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ ๑๔ - ๑๘ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๖.๓๐ น.
ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

เรียน   ท่านปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
           ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด
         ท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
         ท่านหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับ และมหาวิทยาลัย ทุกท่าน
ท่านผู้บริหาร กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทุกท่าน  และเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงาน 

             ผมมีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานในการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ และปาฐกถา เรื่อง “แนวทางการดำเนินงานบูรณาการงานภายใต้ประเด็น ข้อ ๘ การวิจัยและพัฒนาของยุทธศาสตร์ประเทศ  (Country Strategy)” ในครั้งนี้

            ทุกท่านคงทราบแล้วว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ให้เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันให้งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เป็น 1% ของ GDP หรือประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นวิถีชีวิตของคนไทย และเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 อย่างมั่นคงต่อไป

         สำหรับนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะขับเคลื่อนงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้เป็นกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจมีความสำคัญและบทบาทในการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นตามยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล โดยการวางโครงสร้างพื้นฐาน และนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาประเทศเพื่อการแข่งขันที่เหนือกว่า  และเพื่อให้การดำเนินการบรรลุตามเป้าหมาย  ผมได้ให้นโยบายและแนวทางกับท่านผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ว่าเราจะเป็นหน่วยงานหลักที่จะประสานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้งานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปผสมผสานกับงานด้านเศรษฐกิจทั้งหมด ทำใน ลักษณะ Project base โดยในหนึ่งแผนงานจะต้องมีทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมในการขับเคลื่อน  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งผมได้สร้างกลไกให้มี Mister ในแต่ละแผนงานที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนตามแนวทาง  5  กลุ่มงาน ร่วมกับท่าน โดยจัดการตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ คือตั้งแต่วัตถุดิบ/ออกแบบ ผลิต/แปรรูป และส่งให้ถึงตลาดให้ได้เห็นมูลค่าเพิ่ม (value chain) ของแต่ละแผนงานที่ประเทศไทย มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมที่จะรับการสนับสนุนและผลักดัน  

นที่ผมได้ให้นโยบายและกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ดำเนินการนำร่องแล้วทั้ง ๕ กลุ่ม และ ๔6 แผนงาน  ดังเช่น 

๑) วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างงาน จะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เช่น เทคโนโลยีการเกษตร การผลิตพันธุ์พืช การเพาะปลูก เป็นต้น โดยจะมีแผนงาน เช่น แผนงานข้าว แผนงานยาง แผนงานข้าวโพด และแผนงานปาล์ม เป็นต้น รวม ๑๓ แผนงาน 

๒) วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างรายได้ จะเน้นที่การสร้างรายได้หรือเพิ่มมูลค่า เช่น แผนงานเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ด้วยเทคโนโลยีซอฟแวร์   และสารสนเทศดิจิ-ทอล แผนงานยกระดับอุตสาหกรรมไทยเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟและระบบราง รวม ๑๓ แผนงาน

๓) วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างชีวิต เกี่ยวกับสุขภาพของคน เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เช่น แผนงานนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับคนไทย  แผนงานนวัตกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์จากงานวิจัยของประเทศไทย รวม ๔ แผนงาน

๔) วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างอนาคต  คือการพัฒนาไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต เช่น แผนงานภูมิสารสนเทศกลางของประเทศเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ความมั่นคง และการจัดเก็บภาษีท้องถิ่น อาทิ แผนงานความหลากหลายทางชีวภาพ : การใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์และผลิตภัณฑ์  แผนงานขยายการผลิตสาหร่ายเป็นอุตสาหกรรมพลังงานและอาหาร รวม ๑๔ แผนงาน

๕) วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างฐานความรู้มี ๑ แผนงานคือ แผนงานการรวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมชั้นสูง โดยจะรวมกับการดำเนินตามนโยบาย Talent Mobility และการใช้ประโยชน์จากกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจะมีโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ  และนโยบายการใช้ประโยชน์ Regional Science Parks เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมในภูมิภาค  

นอกจากนี้ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายในการพัฒนาจังหวัดให้เป็น “เมืองวิทยาศาสตร์” โดยให้กระทรวงต่างๆ ลงไปช่วยขับเคลื่อน ผมได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ขับเคลื่อนนำร่องไปที่จังหวัดแพร่ โดยจัดประชุมเรื่อง “เทคโนโลยีสู่อาเซียนในกลุ่มล้านนาตะวันออก” เมื่อวันที่ ๓-๕ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ผลการประชุมได้ข้อสรุปว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะผลักดันและดำเนินโครงการร่วมกันกับจังหวัดแพร่ รวม ๒๔ โครงการ ซึ่งได้บรรจุในแผนงานตามยุทธศาสตร์ทั้ง ๕ แล้ว และจังหวัดแพร่เลือกบรรจุ ๙ โครงการเป็น โครงการFlagship   ในแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดด้วย อาทิ โครงการ Teak Valley เป็นการพัฒนาไม้จากป่าปลูกของ ออป. ด้วยการใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การดีไซด์ เพื่อไปสู่ตลาดเป้าหมายตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค โครงการ Smarter Space เป็นการจัดทำแผนที่ที่ดิน โดยจัดทำแผนที่ที่ดินทั้งจังหวัด และผลักดันให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป จะใช้เทคโนโลยีระบบ GIS มาช่วยในการตรวจสอบพื้นที่ป่า โฉนดที่ดิน และแผนที่ ๓ มิติ เป็นต้น 

แนวทางในการคัดเลือกจังหวัดและมาทำงานร่วมกันนั้น จะพิจารณาจากศักยภาพด้านต่างๆของจังหวัด ได้แก่ ทรัพยากรในพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ศิลปวัฒนธรรม และบุคคลในพื้นที่ เช่นที่จังหวัดแพร่มีทรัพยากรป่าไม้ การพัฒนาจังหวัดแพร่มีจุดมุ่งเน้นใน ๓ เรื่องหลักได้แก่ ๑) อุตสาหกรรมเกษตร ๒) หัตถกรรมและการท่องเที่ยว และ ๓) การศึกษาและสิ่งแวดล้อม แล้วมาระดมกันคิด วางแผนร่วมกัน  สร้างโครงการที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ต่อยอดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  ซึ่งแนวทางเดียวกันนี้จะได้ดำเนินงานในจังหวัดอื่นๆ  รวมทั้งที่นี่ด้วย

ผมทราบดีว่าการบริหารจัดการห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องบริหารทั้งระบบอย่างครบถ้วน ไม่อาจมองข้ามจุดใดจุดหนึ่งไปได้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเพียงฐานเท่านั้น ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การประสานกับทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกให้บรรลุผล  มองไปยังเป้าหมายเดียวกันให้ชัดเจนก่อน และจากนี้อีกสองปีก่อนที่จะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน เรายิ่งจะต้องยกระดับการพัฒนาและการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจของไทยโดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)  ให้แข่งขันกับต่างประเทศให้ได้ ด้วยการยกระดับการวิจัยให้เข้มข้นจนสามารถนำไปใช้งานได้จริง ซึ่งแผนงานการใช้ประโยชน์ Regional Science Parks เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมในภูมิภาค  จะเป็นช่องทางที่เอื้อให้ภาคธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีได้สะดวกทันความต้องการ 

ในท้ายที่สุดนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่ทุกท่านมาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ  เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นอย่างเต็มความสามารถ  ในการจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ปีงบประมาณ ๒๕๕๖-๒๕๖๑ ข้อ ๘ การวิจัยและพัฒนา  ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง  และขอให้การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ  ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควร ผมขอเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ  ณ  บัดนี้

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

รายการบล็อกล่าสุด